วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561



บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 12
ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา
วัน พฤหัสบดี ที่ 29 มีนาคม พ.ศ 2561

ที่อยู่ 673 ซอย อิสรภาพ 51 ถนน จรัญสนิทวงศ์ แขวง บ้านช่างหล่อ เขต บางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร 10700    โทรศัพท์: 02 866 1291


ประวัติศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา
        สำนักงานอนามัยกรุงเทพมหานคร ได้จัดการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำชุมชนวัดอมรทายิการามขึ้น หลังจากนั้นกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขได้สำรวจปัญหาในชุมชนพบว่ามีปัญหา 2 ประการ คือ ปัญหายาเสพติด และปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเด็ก กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขจึงตัดสินใจเลือกแก้ปัญหาสุขภาพเด็กโดยจัดตั้ง ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษาโดยขอความอนุเคราะห์เรื่องสถานที่จากท่านพระครูวิบูลธรรมภาณ เจ้าอาวาสวัดอมรทายิการาม  เริ่มแรกท่านให้ใช้กุฏิเก่าของท่านมีจำนวนเด็ก 40-50 คน มีอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก 4 คน ต่อมากุฏิเก่าเริ่มชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถซ่อมแซมได้ ท่านเจ้าอาวาสจึงอนุญาตให้สร้างอาคารหลังใหม่ เป็นอาคารชั้นเดียวโดยมีคณะสงฆ์ ครูและผู้ปกครองร่วมกันก่อสร้าง ได้รับการสนับสนุนทุนสร้างจากสำนักงานเขตบางกอกน้อย
        ผู้ปกครองนักเรียน คณะครู และได้เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา” เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2527 ในปี พ.ศ.2530 ได้เปิดอย่างเป็นทางการ สภาสตรีแห่งชาติและสภาสังคมสงเคราะห์ได้ส่งอาสาสมัครเข้ารับการอบรมเสริมทักษะด้านการเลี้ยงดูเด็ก และอาหารเสริม ต่อมาได้เข้าสังกัด กองสังคมสงเคราะห์ กรุงเทพมหานคร ได้รับค่าตอบแทนวันละ 40 บาท อาสาสมัครจำนวน 4 คน ในปี พ.ศ.2536 กองพัฒนาชุมชนได้รับช่วงต่อมา ให้การสนับสนุนโดยขึ้นค่าตอบแทน 80 บาทต่อวัน  ทำงานและส่งเสริมพัฒนาอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก ในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กแรกเริ่มอาสาสมัครผู้ดูแลเด็กมีวุฒิการศึกษา ปวช, ม.6, ม.3 เข้ามาทำงานด้วยใจรักเด็ก ไม่หวังค่าตอบแทน ต่อมาได้ศึกษาต่อด้วยทุนตนเองจนจบอนุปริญญา และปริญญาตรี เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองและนำความรู้ใหม่ ๆ มาสอนเด็ก ส่วนพวกไม่มีทุนเรียนจะได้รับการอบรมในองค์กรต่างๆ  จากนั้นสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ได้สนับสนุนค่าตอบแทน เพิ่มเป็น 5,640 บาทและทำประกันสังคมให้ 
        ปัจจุบันมีนักเรียนอายุ 2 – 6 ปี จำนวน 400-500 คน มีอาสาสมัครดูแลเด็กจำนวน 35 คน ได้สร้างอาคารเรียนเพิ่มเป็นอาคารเรียนเป็น 3 ชั้น และใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546 จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้มีพัฒนาการครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนการสอน ด้านสภาพแวดล้อมให้เจริญตามลำดับมีอาสาสมัครชาวต่างชาติจาก หน่วยงานCross-Cultural Solutions (CCS) องค์กรอาสาสมัครนานาชาติ จดทะเบียนที่กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดส่งอาสาสมัครชาวต่างชาติมาช่วยสอนภาษาอังกฤษ ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษาเป็นที่รู้จักและทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง

การจัดการเรียนการสอน
        ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา มีความมุ่งมั่นปลูกฝังความเป็นผู้นำที่มีจริยธรรมอันดีงาม พัฒนาความพร้อมในด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญาของเด็กให้เหมาะสมตามวัย ฝึกให้เด็กสามารถคิด วิเคราะห์แก้ปัญหา และกล้ายอมรับผิดได้อย่างเหมาะสมตามวัย โดยผ่านบทบาทสมมุติ อีกทั้งอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเองมีครูเป็นผู้คอยช่วยเหลือให้คำแนะนำ โดยแบ่งนักเรียนเป็นระดับชั้น ดังนี้
ระดับเตรียมพร้อม
        นักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน สามารถสื่อความหมายสั้นๆ ง่ายๆ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ระดับอนุบาล 1
        พัฒนาความพร้อมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาตามวัย พัฒนาความพร้อมของกล้ามเนื้อเล็กและกล้ามเนื้อใหญ่ประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา สร้างระเบียบวินัยการอยู่ร่วมกันในสังคม การช่วยเหลือตนเอง
ระดับอนุบาล 2
        เสริมสร้างระเบียบวินัยการอยู่ร่วมกันในสังคม กิริยามารยาทที่ดีงาม การช่วยเหลือตนเอง และเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ
ระดับอนุบาล 3
        ปลูกฝังความเป็นผู้นำที่มีจริยธรรมอันดีงาม ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาการเพื่อพร้อมเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

โครงสร้างการบริหาร





        Photo Gallery (ประมวลภาพกิจกรรม)

















































บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 11
วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561
เวลา 08.30 - 11.30 น.

Knowledge (ความรู้)

  •         นำเสนอคำคมทางวิชาการ   






  •         นำเสนอวิดีโอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนในสถานศึกษาระดับปฐมวัย 3 กลุ่ม

Vocabulary (คำศัพท์)
Theory ทฤษฎี
Merciful เมตตา
Care ดูแล
Structure โครงสร้าง
Configuration องค์ประกอบ

Applied (การประยุกต์ใช้)
        จากที่นักศึกษาทุกกลุ่มได้ไปสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนในสถานศึกษาระดับปฐมวัย ซึ่งตัวดิฉันเองทำหน้าที่พิธีกรในการสัมภาษณ์ผู้อำนวยการ จึงต้องฝึกซ้อมหลายอย่าง เช่น บุคลิกภาพ การพูดสื่อสาร ความกระชับและเข้าใจง่ายของคำถาม เป็นต้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นการฝึกตัวเองในการพูดคุยกับผู้ใหญ่ และการถามคำถามเชิงวิชาการ ได้รับความรู้มากมายในการบริหารสถานศึกษา และได้เห็นโครงสร้างการบริหารของโรงเรียนด้วยค่ะ        

Evaluation (การประเมิน)
Self (ประเมินตนเอง)
        เข้าเรียนตรงเวลาแต่งกายสุภาพเรียบร้อย และให้ความร่วมมือ สนใจกับกลุ่มเพื่อนที่นำเสนอวิดีโอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนในสถานศึกษาระดับปฐมวัย ทั้ง 3 กลุ่ม
Friends (ประเมินเพื่อน)
        เพื่อนทุกกลุ่มมีความเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดีในการนำเสนอวิดีโอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนในสถานศึกษาระดับปฐมวัย
Teacher (อาจารย์)
        อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย พูดจาไพเราะ ชื่นชมการทำงานของนักศึกษา และให้กำลังใจในการทำงานครั้งต่อไป

Photo Gallery (ประมวลภาพกิจกรรม)












วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561


บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 10
วันจันทร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2561
เวลา 08.30 - 11.30 น.

Knowledge (ความรู้)
นำเสนอคำคมทางวิชาการ





เนื้อหาที่เรียน เรื่อง เทคนิคการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีสำหรับการเป็นผู้บริหาร
ความหมายของบุคลิกภาพ
        ลักษณะทั้งภายนอกและภายในที่รวมอยู่ในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งและเป็นผลทำให้บุคคลนั้น มีความแตกต่างไปจากบุคคลอื่นๆ บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 สภาพ ด้วยกันคือ
        บุคลิกภาพภายนอก หมายถึง สิ่งที่สามารถสังเกตเห็นหรือสัมผัสได้ด้วยประสาททั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้โดยการฝึกเลียนแบบ และสามารถวัดผลได้ทันทีบุคลิกภาพภายนอกที่สำคัญที่สุด คือ บุคลิกภาพทางกายและวาจา
        บุคลิกภาพภายใน หมายถึง บุคลิกภาพที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เป็นส่วนที่สัมผัสได้ค่อนข้างยากและต้องใช้เวลาในการสัมผัส

ประเภทของบุคลิกภาพ              
        บุคลิกภาพภายนอก  คือ  สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากภายนอกของแต่ละคนสามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แบ่งได้เป็น 4 หมวดคือ
        1.  รูปร่างหน้าตา
        2.  การแต่งกาย
        3.  กิริยาท่าทาง
        4.  การพูด
        บุคลิกภาพภายใน คือ สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ หรืออุปนิสัยใจคอที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ แก้ไขได้ยาก เช่น
        1. ความเชื่อมั่นในตนเอง                2. ความกระตือรือร้น
        3. ความรอบรู้                            4. ความคิดริเริ่ม
        5. ความจริงใจ                           6. ไหวพริบปฏิภาณ
        7. ความรับผิดชอบ                      8. ความจำ
        9. อารมณ์ขัน

การจำแนกบุคลิกภาพ 4 แบบ (Harris 1973)



การยอมรับตนเอง หน้าต่างของ (Johari’s windor ,1955)





        ในแต่ละครั้งที่เราต้องพบเจอผู้คนในองค์กรหรือนอกองค์กร การสนทนา การแสดงความคิดเห็น หรือการพูดให้ความรู้ การนำเสนองานต่างๆ นั้น ควรประกอบด้วย 3 ส่วน คือ เนื้อหาสาระของคำพูด 7% น้ำเสียง 38% กิริยาท่าทาง (บุคลิกภาพ) 55%

สาเหตุที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพคือ ความท้อถอย
        บุคลิกภาพที่ไม่สร้างสรรค์และอยู่ภายในตัวตนแล้วทำให้ความเป็นคนๆ นั้นไม่สมบูรณ์ ได้แก่ความท้อถอยแม้ว่าเป็นประโยคสั้นๆ แต่ถ้าอาการนี้ถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้ว อาการนี้จะเข้ามาทำลายความสมดุลในตัวเรา เข้ามาแทรกในความรู้สึกนึกคิดทำให้พลังและศักยภาพของเราลดน้อยลงกว่าครึ่ง ในเรื่องความท้อถอยมักเกิดขึ้นกับบุคคลที่อยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลในช่วงอายุอื่นจะไม่มีความท้อ บางท่านอาจเกิดอาการท้อเป็นช่วงๆ บางท่านโชคดีไม่รู้จักความท้อ 
ความท้อถอยสามารถสังเกตได้จากอาการ 3 ลักษณะ คือ
        1. ลักษณะของความท้อถอยทางด้านอารมณ์
        2. ลักษณะของความท้อถอยที่เกิดจากสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น
        3. ลักษณะของความท้อถอยที่เกิดจากการไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน
สาเหตุของความท้อถอย 
·     ด้านบุคลิกภาพ 
·     ด้านอายุ
·     ด้านสถานภาพการสมรส
·     ด้านการปฏิบัติงานในความรับผิดชอบ
แนวทางและวิธีการในการแก้ไขอาการท้อถอย  
        1. ทุกสิ่งทุกอย่างต้องแก้ไขที่ตัวเราเองเท่านั้น 
        2. อย่าเป็นคนตั้งความหวัง ความปรารถนาที่สูงสุดเอื้อม 
        3. สร้างเจคติเรื่องงานใหม่ให้ท่านคิดว่า งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุขทำงานให้สนุกเป็นสุขเมื่อทำงาน
        4. มองหาจุดมุ่งหมายในชีวิตใหม่ 
ครูกับการพัฒนาตน
        1. การพัฒนาตนเป็นการที่บุคคลพยายามหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้ตนเองก้าวไปสู่การเป็นผู้มีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ ในขอบเขตที่มีความพอเหมาะพอดีกับความสามารถของผู้นั้น
        2. ครูควรพัฒนาตนเองใน 2 ลักษณะคือ
            2.1 การพัฒนาตนเองในด้านวิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ
            2.2 การพัฒนาตนด้านการเป็นสมาชิกของสังคม เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

การพัฒนาตนเองควรประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้
        1. พยายามค้นพบตนเอง ทำความรู้จักตนเอง โดยหมั่นตรวจตราพิจารณาตนเองถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ตลอดจนการกระทำของตนเอง นอกจากนี้ควรสนใจรับฟังข้อคิดเห็น หรือคำวิจารณ์ของบุคคลอื่นที่มีต่อตัวเราบ้าง ต่อจากนั้นให้หันกลับมาพิจารณาตนเองในแง่มุมเหล่านี้
            1.1 ตัวของเราที่เป็นจริงเป็นอย่างไร
            1.2 ตัวของเราที่รับรู้เป็นอย่างไร
            1.3 ตัวของเราที่เราอยากจะเป็น เป็นอย่างไร
        2.  เมื่อได้พิจารณาตนเองแล้ว รู้จักตนเองแล้ว เรายอมรับได้ไหมว่า สิ่งนั้นคือตัวเรา การยอมรับตนเองนั้น ควรจะยอมรับทั้งในส่วนที่เป็นจุดอ่อน และจุดเด่นไปด้วยกัน มิใช้จะยอมรับแต่จุดเด่น แล้วไม่สนใจจุดอ่อนโดยไม่ยอมรับจุดอ่อน
        3.  ท้ายที่สุด คือ การหาทางพัฒนาจุดอ่อนหรือส่วนที่เราไม่พอใจที่อยู่ในตัวเรา (bed me) ให้ดีขึ้น (good me)

หลักและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ
·     การยืน เดิน นั่งเป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอิริยาบถคือการเดิน ยืน นั่ง เปิด-ปิดประตู ขึ้นลงรถ อย่างถูกต้องสวยงาม
·     การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา อย่างถูกต้องถือว่ามีมารยาททางสังคมที่ดี เช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธี และถูกกาลเทศะ การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ การปฏิบัติตนในงานเลี้ยงต่างๆการไปเยี่ยมคนป่วยการมอบดอกไม้แสดงความยินดีหรือให้ผู้อาวุโส เป็นต้น
·     บางครั้งเราอาจจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ และอาจเกิดอะไรขึ้นกับเราได้ทุกวินาทีนั้น เราต้องพร้อมเสมอที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ในลักษณะที่พร้อม คือไม่ตกใจ ดีใจ เสียใจ กลัว เกินกว่าเหตุ สามารถควบคุมท่าทางของตนเองได้เป็นอย่างดี

แนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพ
·     การรักษาสุขภาพอนามัย
·     การดูแลร่างกาย
·     การแต่งกาย
·     อารมณ์
·     ความเชื่อมั่นในตัวเอง

การพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิด
        ความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ถ้ามีความรู้สึกนึกคิดในด้านดี ไม่มองคนในแง่ร้ายจิตใจก็เป็นสุข ไม่มีความกังวล ดังนั้นจึงควรพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิดดังนี้
        1.  มีความเชื่อมั่นในตนเองในการกระทำในสิ่งต่าง ๆ
        2.  มีความซื่อสัตย์ กระทำตนให้ผู้อื่นเชื่อถือเรา แล้วความไว้วางใจจะตามมา มีเรื่องสำคัญเขาก็จะให้เราทำ
        3.  มีความสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านั้น ให้เหมาะสมกับผู้ที่มอบหมายไว้วางใจให้เราทำ
        4.  มีความกระตือรือร้น ที่อยากจะทำ เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ
        5.  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักปรับปรุงงานอยู่เสมอ
        6.  มีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องมีความห่วงใยจะต้องทำให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา
        7.  มีความรอบรู้                    
        8.  ห่วงตัวเอง เติมชีวิตให้กับตัวเอง
        9.  มีความจำแม่น                 
        10. วางตัวเหมาะสมกับกาลเทศะ

การพัฒนาบุคลิกภาพด้านกายบริหารทรวดทรง
        องค์ประกอบของทรวดทรง ขึ้นอยู่กับกลไกของการเคลื่อนไหวของร่างกายและโครงสร้างของร่างกายไม่ว่าหญิงหรือชายก็ชอบที่จะมีรูปร่างงามทั้งนั้น ผู้ชายก็ต้องการมีรูปร่างสมาร์ท ผู้หญิงก็ต้องการมีเอวบาง ร่างน้อย มีสุขภาพดี การมีรูปร่างงาม สุขภาพดี เกิดจากการพัฒนาตัวเราเอง เราเป็นผู้วางแผนในชีวิตของเราเอง
        ทรวดทรงอาจไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่ส่วนสัดและท่าทาง ทำให้คนทุกคนดูแตกต่างกันไป บุคลิกที่ไม่ดีแสดงว่าเจ้าของเรือนร่างขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าได้เรียนรู้วิธีเสริมสร้างเสน่ห์ให้กับบุคลิกภาพของตนเองแล้ว จะไม่เพียงทำให้มีรูปร่างสง่างามเท่านั้น ยังสามารถทำให้การปฏิบัติงานเกิดความเชื่อมั่น  งานก็มีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้นจึงควรใช้เวลาในการบริหารทรวดทรงของตนเองเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะสุขภาพที่ดี และทรวดทรงที่งดงามอีกด้วย

การปรับปรุงบุคลิกภาพภายใน
·     การยอมรับความจริงเกี่ยวกับตนเอง 
·     การปรับปรุงในส่วนที่จะปรับปรุงได้ 
·     การใช้สิ่งอื่นๆ เพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพ 
        การส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีควรส่งเสริมคุณภาพจิตสาธารณะมากำกับ เพื่อบุคคลจะได้ลดละความเห็นแก่ตนในระดับที่พอดำรงชีวิตอยู่ได้ เสียสละ เกื้อกูลคนอื่น เป็นผู้รับในบางโอกาสและเป็นผู้ให้ในบางโอกาส มีจิตใจที่ดีงาม มีร่างกายที่สะอาดสดใสก็เท่ากับว่าบุคคลได้ส่งเสริมหรือพัฒนาบุคลิกภาพแล้วนั่นเอง

การพัฒนาบุคลิกภาพด้านการเรียนรู้
        ในโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นครูจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ให้ตรงกับตนเองอยู่เสมอ เช่น
        1. การฟัง
        2. การอ่าน
        3. การเขียน
        4. การสังเกต
        5. การคิด
        6. การทดลอง

Vocabulary (คำศัพท์)
Acceptance - ยอมรับ
Development - พัฒนา
Change - เปลี่ยนแปลง
Personality - บุคลิกภาพ
Always - สม่ำเสมอ

Applied (การประยุกต์ใช้)
  เข้าใจถึงความหมายของบุคลิกภาพได้เรียนรู้วิธีเสริมสร้างเสน่ห์ให้กับบุคลิกภาพของตนเอง การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา อย่างถูกต้องถือว่ามีมารยาททางสังคมที่ดี เช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธี และถูกกาลเทศะ        

Evaluation (การประเมิน)
Self (ประเมินตนเอง)
        เข้าเรียนตรงเวลาแต่งกายสุภาพเรียบร้อย และตั้งใจเรียน จดบันทึกที่อาจารย์พูดเพิ่มเติมให้จากเอกสารประกอบการเรียนการสอน
Friends (ประเมินเพื่อน)
        เพื่อนที่เป็นผู้นำเสนอคำคมทางวิชาการ เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีและยอมรับฟังคำเสนอแนะจากอาจารย์และเพื่อนภายในห้อง ในการเรียนเพื่อนๆก็ตั้งใจฟังเนื้อหาในการเรียนการสอน
Teacher (อาจารย์)
        อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีความตั้งใจในการสอนคอยแนะนำสำหรับเนื้อหาเพิ่มเติม และได้รับประโยชน์ จากเรื่อที่ยกตัวอย่างให้ฟัง ได้เทคนิคใหม่ๆ ทำให้นักศึกษาได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น

Photo Gallery (ประมวลภาพกิจกรรม)